หน้าแรก | ข่าวประชาสัมพันธ์ | สรุปการสัมมนาโต๊ะกลม

สรุปการสัมมนาโต๊ะกลม

image การสัมมนาโต๊ะกลม วันที่ 21 สิงหาคม 2552 โรงแรมแชงกรี-ลา ห้องการ์เด้น แกลลอรี่

สรุปการสัมมนาโต๊ะกลม โครงการประกันราคาหัวมันสำปะหลังปี 2552/53 : ทางเลือกใหม่ในการช่วยเหลือเกษตรกรมันสำปะหลัง วันที่ 21 สิงหาคม 2552 ณ โรงแรมแชงกรี-ลา ห้องการ์เด้น แกลลอรี่

สรุปการสัมมนาโต๊ะกลม    โครงการประกันราคาหัวมันสำปะหลังปี 2552/53 : ทางเลือกใหม่ในการช่วยเหลือเกษตรกรมันสำปะหลัง

วันที่ 21 สิงหาคม 2552   ณ โรงแรมแชงกรี-ลา ห้องการ์เด้น แกลลอรี่   

                  

 การประชุมคณะรัฐมนตรีที่ผ่านมาแจ้งว่า ในปี 2551/52 รัฐบาลได้รับจำนำหัวมันสำปะหลังในราคาที่สูงกว่าราคาตลาดรวม 13 ล้านตัน ทำให้กลไกตลาดถูกบิดเบือนเกิดปัญหาการระบายสต๊อกมันเส้น/แป้งมันสำปะหลัง และคาดว่ารัฐจะมีภาระค่าใช้จ่ายในโครงการฯ หลายหมื่นล้านบาท อีกทั้งเกิดปัญหาการทุจริตตามที่มีข่าวในหนังสือพิมพ์ เพื่อลดปัญหาดังกล่าว  ในปีหน้ารัฐบาลจะเปลี่ยนเป็นรับประกันราคาขั้นต่ำ  มูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย มูลนิธิกองทุนมันสำปะหลัง สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลัง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ สมาคมแป้งมันสำปะหลังไทยมีความเห็นว่าปัจจุบันนี้โครงการประกันราคาฯ ไม่ชัดเจน เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังและผู้ประกอบการค้ามันสำปะหลังยังไม่ทราบรายละเอียดของโครงการฯ ดังนั้นเพื่อสร้างความชัดเจน มูลนิธิฯ และสมาคมที่เกี่ยวข้องกับมันสำปะหลัง 4 สมาคมฯ ได้จัดงานสัมมนาโต๊ะกลมเรื่อง โครงการประกันราคาหัวมันสำปะหลังปี 2552/53 : ทางเลือกใหม่ในการช่วยเหลือเกษตรกรมันสำปะหลัง เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2552 โดยเชิญบุคลากรจากภาคเอกชนและภาครัฐที่มีประสบการณ์ เกี่ยวข้องกับสินค้ามันสำปะหลังโดยตรงร่วมสัมมนาโต๊ะกลม หาข้อสรุปรายละเอียดของโครงการให้เกิดความชัดเจน ผลด้านบวก ด้านลบของโครงการฯ ที่มีผลต่อเกษตรกรและอุตสาหกรรมต่างๆ ข้อสังเกตที่น่าสนใจตลอดจนข้อเสนอมาตรการเสริมต่างๆ เสนอภาครัฐที่เกี่ยวข้อง สำหรับเป็นข้อมูลในการพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์ของโครงการฯต่อไป

 สรุปข้อมูลการสัมมนาโต๊ะกลมที่สำคัญ 3 หัวข้อ ดังนี้ 

1.  คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักเกณฑ์และขั้นตอนปฏิบัติในการเข้าร่วมโครงการประกันราคาหัวมันสำปะหลังปี 2552/53 สรุปได้ดังนี้

1.1   ระยะเวลาโครงการประกันราคาหัวมันสำปะหลัง เดือนกรกฎาคม 2552 พฤษภาคม 2553

1.2   ราคาประกัน 1.70 บาท/กก. (ต้นทุนเฉลี่ย 1.21 บาท/กก. + ค่าขนส่ง 0.15 บาท/กก. + ผลตอบแทน 0.34 บาท/กก.) กำหนดหัวมันเชื้อแป้งที่ 25%

1.3   กำหนดการดำเนินการ

·   เกษตรกรขึ้นทะเบียนเป็นผู้ปลูกมันสำปะหลังกับกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เดือนกรกฏาคม กันยายน 2552

·   นำหนังสือรับรองจดทะเบียนจากกรมส่งเสริมฯ ยื่นทำสัญญาประกันราคากับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) เดือนสิงหาคม พฤศจิกายน 2552

·   เกษตรกรสามารถใช้สิทธิ์ประกันราคาขอรับเงินชดเชยส่วนต่างหลังจากวันทำสัญญา 45 วัน แต่ไม่เกิน 6 เดือนนับถัดจากวันทำสัญญา โดยยังไม่ต้องขุดหัวมันไปขายในตลาดและไม่ต้องแสดงหลักฐานการซื้อขายจากลานมัน/โรงแป้ง ทั้งนี้ต้องไม่เกินวันที่ 31 พฤษภาคม 2553]

1.4   คณะกรรมการนโยบายมันสำปะหลังจะประกาศราคาอ้างอิงทุกวันที่ 1 และ 16 ของเดือน เพื่อเป็นข้อมูลในการจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ

1.5   การกำหนดราคาอ้างอิงเท่ากันทุกจังหวัด คำนวณดังนี้

·       ราคารับประกัน หัก ราคาอ้างอิง = ราคาชดเชยส่วนต่าง

·   ราคาอ้างอิงมันเส้นซื้อขายเฉลี่ยย้อนหลัง 15 วัน ณ คลังสินค้าผู้ส่งออกจังหวัดอยุธยา/ชลบุรี บวกค่าใช้จ่ายขนส่งสินค้าถึงเกาะสีชัง หัก ค่าขนส่งจากลานมันไปคลังสินค้า หัก ค่าแปรสภาพหัวมันเป็นมันเส้น  2.38 : 1

·   ราคาอ้างอิงแป้งมันซื้อขายเฉลี่ยย้อนหลัง 15 วัน ณ คลังสินค้าท่าเรือกรุงเทพฯ หัก ค่าขนส่งจากโรงแป้งถึงท่าเรือกรุงเทพฯ หัก ค่าแปรสภาพหัวมันเป็นแป้งมัน 4.4 : 11.6   งบประมาณในการดำเนินโครงการ

·       เป้าหมายปริมาณหัวมันสำปะหลังที่รับประกันราคาจำนวน 29.7 ล้านตัน

·       เข้าร่วมโครงการฯ ครัวเรือนละ 100 ตัน

·       ราคาประกัน 1.70 บาท/กก.

·       วงเงินชดเชยส่วนต่างเบื้องต้นประมาณ 10,692 ล้านบาท 

2.  ความคิดเห็น ปัญหาและข้อสังเกตที่น่าสนใจ

·   เป้าหมายหลักของโครงการประกันราคาปีนี้ รัฐบาลต้องการให้ความช่วยเหลือถึงมือเกษตรกรโดยตรง เพื่อแก้ไขปัญหารั่วไหลต่างๆ จากโครงการรับจำนำที่ผ่านมา และทำให้กลไกตลาดที่บิดเบือนลดลง แต่ขณะนี้สิ่งที่จะทำให้โครงการฯ สะดุดและอาจจะส่งผลให้โครงการฯ ไม่ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนดไว้คือ ความไม่ชัดเจนของโครงการฯ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่รู้ข้อมูลที่ถูกต้อง ตั้งแต่ขั้นตอนการจดทะเบียน ทำสัญญา ราคาอ้างอิง การจ่ายเงินชดเชย ฯลฯ ปัญหาต่างๆ จะทำให้เกษตรกรเกิดความไม่เชื่อมั่นในโครงการ ซึ่งจะนำไปสู่การต่อต้าน คัดค้าน เป็นผลลบกับโครงการได้

·   ทำอย่างไรให้เกษตรกรเพิ่มผลผลิต? ปัจจัยหลักของเกษตรกรรมทุกชนิดคือผลผลิตต่อไร่ที่สูง จะทำให้ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรลดลง มีกำไรเพิ่มขึ้นซึ่งจะเป็นการสร้างอาชีพที่ยั่งยืนให้กับเกษตรกร ไม่เป็นภาระกับรัฐบาล และยังเป็นการส่งเสริมให้ต้นทุนการส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังลดลงสามารถแข่งขันกับราคาธัญพืชอื่นๆ ในตลาดโลกได้

·   ที่ผ่านมาราคาหัวมันสำปะหลังในตลาดขึ้นอยู่กับราคาส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังเป็นหลัก โครงการประกันราคาขั้นต่ำของรัฐบาลที่ 1.70 บาท/กก. มีการกำหนดราคาล่วงหน้าในอนาคตระยะยาวน่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ซื้อและผู้ขายในการวางแผนการผลิต การค้า และการส่งออกในอนาคตได้

·   การขึ้นทะเบียนผู้ปลูกมันสำปะหลังเกิดปัญหา เพราะมีเกษตรกรบางส่วนไม่มีเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการฯ

·   โครงการแทรกแซงราคาหัวมันสำปะหลังปี 2551/52 รัฐบาลกำหนดให้เกษตรกรสามารถเข้าร่วมโครงการรับจำนำได้ 250 ตัน/ครอบครัว แต่โครงการประกันราคาฯ รัฐบาลกำหนดปริมาณเหลือเพียง 100 ตัน/ครอบครัว

·       ในเดือนกันยายน 2552 เกษตรกรบางส่วนเริ่มขุดหัวมันขายในตลาด จะเสียโอกาสในการรับประกันราคา รัฐบาลควรให้ความช่วยเหลือเกษตรกรดังกล่าว และเร่งสร้างความเข้าใจให้เกษตรกรเกิดความมั่นใจในการเพาะปลูกมันสำปะหลัง เพื่อจะได้วางแผนการเพาะปลูก ศึกษาเรียนรู้การเพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้สูงขึ้น และไม่เปลี่ยนไปปลูกพืชอื่นๆ แทน

·   ปัจจุบันการประชาสัมพันธ์โครงการรับจำนำฯ ในสื่อต่างๆ มีน้อยมากและคนที่รับรู้ก็เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นที่ไม่ชัดเจน รัฐบาลควรเร่งจัดสรรงบประมาณที่เหมาะสมในการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ทำคู่มือแจก และตั้งศูนย์ให้ข้อมูลเพิ่มเติม/ตอบคำถามต่างๆ เพื่อให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมีความเข้าใจ ให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังซึ่งเป็นผู้ได้รับประโยชน์โดยตรง ทั้งนี้เพื่อความสำเร็จของโครงการฯ

·   โดยที่สภาพดินของภาคอีสานมีทั้งดินแดงและดินเหนียวทำให้มันสำปะหลังมีเปลือกหนาและติดดินทราย อัตราแปรสภาพหัวมัน : มันเส้นที่ 2.38 กก. : 1 กก. ไม่เหมาะสม

·       ควรทบทวนค่าจ้างแปรสภาพหัวมันเป็นมันเส้น โดยโครงการแทรกแซงที่ผ่านมารัฐบาลกำหนด 300 บาท/ตัน ซึ่งในค่าจ้างควรคำนวณเพิ่มค่าเสื่อมราคาเครื่องจักรและค่าดอกเบี้ยที่เกิดขึ้น ดังนั้นค่าจ้างที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง380-400 บาท/ตัน

·   ในปีนี้ประเทศอินโดนีเซียมีผลผลิตหัวมันสำปะหลังลดลง ส่วนเวียดนามมีการนำมันสำปะหลังไปผลิตเอทานอลในปริมาณมาก ในขณะที่ประเทศไทยมีการคาดหมายว่าจะมีปริมาณผลผลิตหัวมันลดลง ดังนั้นราคาหัวมันในตลาดคาดว่าจะสูงกว่า 1.70 บาท/กก.

·       ผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังหลักของโลกมีเพียงประเทศอินโดนีเซีย เวียดนาม และไทย การรวมตัวร่วมมือในด้านการค้าและการส่งออก น่าจะเป็นประโยชน์กับประเทศทั้ง 3

·       เกษตรกรขายหัวมันในตลาดได้ราคาต่ำกว่า 1.70 บาท/กก. รัฐบาลชดเชยราคาส่วนต่าง เป็นวิธีการขายสินค้าเกษตรระบบ option ที่สหรัฐอเมริกาใช้อยู่ 

·       การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบ เช่น เอทานอล สารความหวาน และแป้งแปรรูปจะทำให้ราคาหัวมันมีเสถียรภาพ และอุตสาหกรรมต่างๆ เกิดการแข่งขันในการซื้อหัวมันจากเกษตรกร

·   กระทรวงเกษตรและหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเกษตรควรใช้สารสนเทศและวิทยาการ IT สมัยใหม่ในการตรวจสอบการปลูกพืช และทำ Zoning ของพืชต่างๆ

·   ควรแยกเอทานอลออกจากพรบ.สุราเป็นพรบ.เชื้อเพลิงแทน จะทำให้อุตสาหกรรมเอทานอลเติบโตเป็นรูปธรรม และผู้ได้ประโยชน์คือเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง

·   รัฐบาลควรให้สมาคมที่เกี่ยวข้องกับมันสำปะหลัง และมูลนิธิที่เกี่ยวข้องเป็นกระบอกเสียงในการช่วยประชาสัมพันธ์โครงการประกันราคาอีกทางหนึ่ง ซึ่งจะได้ผลที่รวดเร็ว เข้าถึงเกษตรกรโดยตรงและรัฐบาลไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรเลย

·   คณะสำรวจภาวะการผลิตและการค้ามันสำปะหลังฤดูการผลิตปี 2552/53 จะออกสำรวจปริมาณผลผลิตหัวมันสำปะหลังระหว่างวันที่ 24-27 สิงหาคม 2552 และจะมีการแถลงข่าวปริมาณผลผลิตหัวมันในวันที่ 27 สิงหาคมศกนี้ ปริมาณผลผลิตหัวมันในปีนี้ และสต๊อกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังปริมาณมากของรัฐบาล จะทำให้อุปทานมันสำปะหลังในตลาดมีปริมาณมาก หากอุปสงค์มีน้อยกว่า อาจจะส่งผลกระทบต่อราคาหัวมันและราคาอ้างอิงในโครงการประกันราคาของรัฐบาลได้

·   ประเทศไทยมีการส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังยาวนานกว่า 4 ทศวรรษ ปัจจุบันมีการส่งออกและใช้ภายในประเทศมูลค่ากว่า 60,000 ล้านบาท/ปี ส่งออกสินค้ากว่า 100 ประเทศทั่วโลก ในขณะที่รัฐบาลนำการเมืองมาบริหารการค้า หลายปีที่ผ่านมาใช้นโยบายแทรกแซงราคาหัวมันสำปะหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งปี 2551/52 ใช้งบกว่า 28,000 ล้านบาท ในโครงการรับจำนำหัวมัน และปีนี้เปลี่ยนเป็นโครงการรับประกันราคาหัวมันแทน คาดว่าจะต้องใช้เงินกว่า 10,000 ล้านบาทมาสนับสนุนสินค้ามันสำปะหลัง ทำให้เกิดคำถามว่าเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังและอุตสาหกรรมต่างๆ ของไทยอ่อนแอ ไม่มีประสิทธิภาพต้องพึ่งพารัฐบาลจริงหรือ?  เรื่องดังกล่าวยังไม่มีข้อสรุป ทำให้ภาคเอกชนเกิดความกังวลใจและไม่อยากให้รัฐบาลประชาสัมพันธ์ว่าเกษตรกรและอุตสาหกรรมมันสำปะหลังของไทยอ่อนแอ ผู้ประกอบการเอาเปรียบเกษตรกร ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดีและทำให้ผู้ซื้อขาดความเชื่อมั่นผู้ประกอบการไทยและผู้ลงทุนไม่กล้าเข้ามาลงทุนในไทย

·   ปัจจุบันมีมันสำปะหลังจากประเทศกัมพูชาเข้าประเทศไทย ทางจังหวัดสระแก้ววันละกว่า 100 คันรถ จะมีผลกระทบต่อราคาขายหัวมันของเกษตรกรไทย

 3.  มาตรการเสริมโครงการประกันราคาฯ

·   เพื่อป้องกันราคาหัวมันในตลาดไม่ให้ตกต่ำจากการแข่งขันกันขายส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังในราคาต่ำ หรือป้องกันไม่ให้ลานมัน/โรงแป้งร่วมกันซื้อหัวมันในราคาที่ไม่เหมาะสม รัฐบาลควรกำหนดราคาขั้นต่ำที่เกษตรกรในโครงการฯ สามารถขายหัวมันในตลาด

·   มันสำปะหลังมีจุดแข็งที่ต่างจากพืชเกษตรอื่นๆ เพราะสามารถเก็บในดินได้นาน 1-2 ปี โดยหัวมันจะมีขนาดใหญ่ขึ้น หากสามารถบริหารจัดการช่วงเวลาเก็บเกี่ยวที่เหมาะสมให้อุปสงค์และอุปทานในตลาดสมดุลย์ หรือขายหัวมันก่อนแล้วจึงขุดหัวมันส่งลานมัน/โรงแป้ง ราคาหัวมันจะกำหนดโดยเกษตรกร ไม่ขึ้นกับตลาด และลานมัน/โรงแป้งก็สามารถวางแผนการผลิตได้อย่างมีศักยภาพ เพราะรู้จำนวนหัวมันที่จะเข้าโรงงานแต่ละวัน และเครื่องจักรทำงานได้เต็มตามกำลังการผลิต

·       เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับเกษตรกรในการตัดสินใจขายมันสำปะหลัง ราคาอ้างอิงที่รัฐบาลกำหนดทุก 15 วัน ควรมีข้อมูลคาดคะเนต่อเนื่องในช่วงเวลา 5-6 วัน ข้างหน้าด้วย

·   รัฐบาลควรมีมาตรการเสริมในกรณีกลไกตลาดไม่สามารถทำให้ราคาหัวมันในตลาดอยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยรัฐบาลเข้ามาซื้อผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังบางส่วนในตลาด หรือให้ผู้ประกอบการซื้อเก็บเข้าสต๊อกโดยรัฐบาลสนับสนุนเงินทุนและช่วยเหลือเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ

·       จดทะเบียนประกันภัยพืชผล เพื่อช่วยลดความเสี่ยง ความเสียหายของพืชผลจากภัยธรรมชาติและอื่นๆ                                                                      

                                                                    

 

  

 
ส่งข่าวนี้ไปยัง: Add to your del.icio.us del.icio.us Digg this story Digg Add to Technorati Technorati

ความคิดเห็น ( จำนวนโพส):

โพสแสดงความเห็นของคุณ comment
กรุณาใส่รหัสตามภาพที่เห็น:
หมวดหมู่
หัวข้อข่าวนี้ไม่ระบุหมวดหมู่
ให้คะแนนระดับความนิยม
0