หน้าแรก | ข่าวประชาสัมพันธ์ | การสำรวจภาวะการผลิตและการค้ามันสำปะหลัง ฤดูการผลิต ปี 2552/53

การสำรวจภาวะการผลิตและการค้ามันสำปะหลัง ฤดูการผลิต ปี 2552/53

image คณะสำรวจภาวะการผลิตและการค้ามันสำปะหลังฤดูการผลิต ปี 2552/53

คณะสำรวจภาวะการผลิตและการค้ามันสำปะหลังฤดูการผลิต ปี 2552/53 การสำรวจฯ ระหว่างวันที่ 3 - 8 และ 23 - 27 สิงหาคม 2552

  

การสำรวจภาวะการผลิตและการค้ามันสำปะหลัง ฤดูกาลผลิตปี 2552/53

สมาคมที่เกี่ยวข้องกับการค้ามันสำปะหลังทั้ง 4 สมาคม  ประกอบด้วย  สมาคมการค้ามันสำปะลังไทย  สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย  สมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลัง  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  และ  สมาคมแป้งมันสำปะหลังไทย  ร่วมกับ  สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร  และกรมส่งเสริมการเกษตร  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์    โดยการสนับสนุนของมูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย  ได้ดำเนินการสำรวจภาวะการผลิตและการค้ามันสำปะหลัง  ฤดูการผลิต ปี 2552/2553  ดังรายละเอียดต่อไปนี้

             1. ดำเนินการสำรวจฯ  ระหว่าวันที่  3 - 8 และ 23 - 27  สิงหาคม  2552

             2.  คณะสำรวจประกอบด้วย  ภาคราชการ  ซึ่งได้แก่  ผู้แทนสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร  กรมส่งเสริมการเกษตร  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  และภาคเอกชนซึ่งได้แก่  ผู้แทนสถาบันมูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย  สมาชิกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย  สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย  สมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลัง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  สมาคมแป้งมันสำปะหลังไทย  และผู้แทนธนาคารพาณิชย์

            3.  พื้นที่สำรวจประกอบด้วย  ภาคเหนือ  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  และภาคกลาง  ซึ่งเห็นแหล่งเพาะปลูกมันสำปะลัง  รวม  42 จังหวัด

            4.  คณะสำรวจได้ประเมินผลการสำรวจภาวะการผลิตมันสำปะหลัง ฤดูการผลิตปี 2552/53  ซึ่งสรุปผลการสำรวจได้ดังนี้

                    4.1  หากดินฟ้าอากาศเอื้อำนวยต่อการเจริญเติมโตของหัวมันสำปะหลัง  และสถานการณ์การระบาดของเพลี้ยแป้งไม่รุนแรงเกินกว่าปัจจุบัน  คาดว่าที่เก็บเกี่ยวรวมทั้งสิ้นประมาณ 7.781  ล้านไร่  ปละผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ประมาณ  3.567  ตัน  จะได้ผลผลิตรวมประมาณ  27.759  ล้านตัน

                    4.2  เปรียบเทียบปริมาณผลผลิตปี 2551/2552  ซึ่งมีพื้นที่เก็บเกี่ยว 8.292 ล้านไร่  ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่  3.628  ตัน  ผลผลิตรวม  30.088  ล้านตัน  พื้นที่เก็บเกี่ยวลดลงร้อยละ 6.16  ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ลดลงร้อยละ  1.68  จะได้ผลผลิตรวมลดลงร้อยละ  7.74

           5.  สถานการณ์การผลิต

                    จากการประมวลผล  และวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกันของคณะสำรวจภาวะการผลิตและการค้ามันสำปะหลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ และเอกชน  ที่ได้ติดตามสอบถามและสังเกตการณ์การผลิตมันสำปะหลังปี  2552/2553  ได้ผลผลิตภาพรวมลดลง  เนื่องจากเกษตรกรปรับเปลี่ยนไปปลูกอ้อยโรงงาน ซึ่งให้ผลตอบแทนดีกว่า  และบางส่วนหันไปปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพื่อตัดวงจรการแพร่ระบาดของเพลี้ยแป้ง  ส่วนผลผลิตต่อไร่ลดลง  เนื่องจากสภาพดินฟ้าอากาศไม่เอื้ออำนวยต่อการเจริญเติบโตของมันสำปะหลังประกอบกับมีการระบาดของเพลี้ยแป้งในหลายพื้นที่

                       

          ปัญหา

          ด้านวัตถุดิบ

          1.  การแพร่ระบาดของเพลี้ยแป้ง  ทำให้ผลผลิตและคุณภาพและคุณภาพของหัวมันฯ ลดลง  ส่งผลให้ขาดแคลนวัตถุดิบในอนาคต

          2.  เกษตรกรไม่ให้ความสำคัญในการคัดต้นพันธุ์ที่แข็งแรง  ส่งผลให้ต้นมันสำปะหลังไม่ต้านทานต่อโรคและแมลง

          3.  เกษตรกรขาดความรู้  ความเข้าใจ  ในโครงการประกันราคามันสำปะหลังของรัฐบาล

          4.  หัวมันสำปะหลังหลายพื้นที่ด้อยคุณภาพ  เนื่องตากมีดินทราย  และเหง้าปนไปกับผลผลิต

         ด้านการตลาด

         1.  มันเส้นที่ผลิตมีชิ้นเล็กทำให้แตกหักง่าย ป่น  และเกิดฝุ่นเป็นจำนวนมาก  ส่งผลให้มีปัญหาในการส่งออกไปยังประเทศจีน

         2.  โครงการแทรกแซงตลาดมันสำปะหลังปีที่ผ่านมา  ได้กำหนดราคาสูงกว่าราคาตลาดมาก  ทำให้สูญเสียโอกาสในการแข่งขันกับประเทศคู่แข่ง

          ข้อเสนอแนะ

          ด้านวัตถุดิบ

          1.  รัฐบาลโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ควรหามาตรการเร่งด่วนในการป้องกัน และกำจัดเพลี้ยแป้ง  รวมทั้งศัตรูชนิดอื่นให้ชัดเจนอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด  และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรทราบอย่างทั่วถึง

          2.  ควรเตรียมการจัดหาต้นพันธุ์ที่แข็งแรงให้แก่เกษตรกร  เนื่องจากจะมีการขาดแคลนต้นพันธุ์  จากสถานการณ์ระบาดของเพลี้ยแป้ง

          3.  รณรงค์ให้เกษตรกรมีความรู้ด้านเทคโนโลยีการผลิตมันสำปะหลังที่เหมาะสม  ตั้งแต่การคัดเลือกพันธุ์  การคัดต้นพันธุ์  การดูแลรักษา  ตลอดจนการเก็บเกี่ยว  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้สูงขึ้น

          4.  เร่งประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกร  และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบถึงขั้นตอนการดำเนินการของโครงการประกันราคามันสำปะหลังของรัฐบาล

          5.  รัฐบาลควรให้ความสำคัญ  และมีมาตรฐานในการกำกับดูแลปริมาณหัวมันฯ  ที่นำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน

          6.  เพิ่มการประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิต  โดยปราศจากเหง้าและสิ่งเจือปน

          ด้านการตลาด

          1.  ผู้ประกอบการ  และผู้ส่งออกควรร่วมมือกันหาแนวทางในการลดปริมาณฝุ่น  และสิ่งเจือปนในมันเส้น  เพื่อให้ได้คุณภาพที่ตรงตามความต้องการของตลาด

          2.  มาตรการใดๆที่รัฐดำเนินการไม่ควรทำให้กลไกตลาดถูกบิดเบือนไป

          3.  รัฐควรส่งเสริมในการจัดหาตลาดที่มีอยู่เดิม

          

    

ที่มา :  คณะสำรวจภาวะการผลิตและการค้ามันสำปะหลังฤดูการผลิต ปี 2552/53  (27 สิงหาคม  2552)

2009-09-05 11:34:00

 

ส่งข่าวนี้ไปยัง: Add to your del.icio.us del.icio.us Digg this story Digg Add to Technorati Technorati

ความคิดเห็น ( จำนวนโพส):

โพสแสดงความเห็นของคุณ comment
กรุณาใส่รหัสตามภาพที่เห็น:
หมวดหมู่
หัวข้อข่าวนี้ไม่ระบุหมวดหมู่
ให้คะแนนระดับความนิยม
4.38